Share on facebook
Share on twitter
Share on linkedin

บทบาทของผู้ช่วยพยาบาลในหออภิบาลทารกแรกเกิด

หอผู้ป่วยทารกแรกเกิด 2 โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งให้การดูแลทารกแรกเกิดรับใหม่จากห้องคลอดที่มีลักษณะอาการปกติ ที่มีน้ำหนักมากกว่า 1,800 กรัม และทารกเจ็บป่วยอาการไม่หนักที่รับย้ายจากหอผู้ป่วยหลังคลอดและตึกพิเศษต่าง ๆ ได้แก่

ทารกน้ำหนักตัวน้อย และทารกตัวเหลืองที่ต้องรับการรักษาด้วยการส่องไฟ (phototherapy) ทารกที่มีอาการปกติจะถูกย้ายไปอยู่กับมารดาที่หอผู้ป่วยสามัญและหอผู้ป่วยพิเศษหลังคลอด ภายใน 4 – 6 ชั่วโมง เพื่อให้ทารกได้ดูดนมมารดาโดยเร็ว ส่วนทารกที่มีน้ำหนักตัวน้อยที่อาการไม่หนัก เป็นทารกที่ต้องรับการดูแลในโรงพยาบาล เพื่อให้น้ำหนักตัวเพิ่มถึง 2,000 กรัม จึงจะจำหน่ายออกจากโรงพยาบาล ในทารกน้ำหนักตัวน้อย ต้องให้การดูแลเรื่องอุณหภูมิร่างกาย การป้องกันการติดเชื้อ การเจริญเติบโต พัฒนาการและส่งเสริมให้ได้รับนมมารดา ตลอดจนการสอนมารดาให้สามารถดูแลทารกได้ถูกต้อง ส่วนทารกตัวเหลืองที่ได้รับการรักษาด้วยการส่องไฟ จะให้การดูแลให้ได้รับการส่องไฟอย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมให้ได้รับนมมารดาโดยให้มารดาเข้ามาป้อนนมในหอผู้ป่วยทารกแรกเกิด 2 ปฏิบัติงานเป็นผู้ช่วยพยาบาล ซึ่งเป็นบุคลากรหนึ่งในทีมการพยาบาล โดยปฏิบัติงานทั้งเวรเช้า บ่าย ดึก หมุนเวียนกัน ลักษณะงานได้แก่ การช่วยอาบน้ำทารกรับใหม่ (initial bath) การช่วยวัดสัญญาณชีพ สังเกตอาการผิดปกติ ให้ความอบอุ่นแก่ทารกอย่างเหมาะสม ช่วยแพทย์ตรวจ ช่วยดูแลทารกที่มีอาการผิดปกติ น้ำหนักน้อยร่วมกับพยาบาล และช่วยย้ายทารกไปอยู่กับมารดาที่หอผู้ป่วยหลังคลอด พร้อมทั้งช่วยรับย้าย จำหน่ายทารก นอกจากนี้ยังมีหน้าที่ช่วยในคลินิกนมแม่ได้แก่ การเตรียมเต้านม ดูแลหัวนม ประคบนวดเต้านม สอนและสาธิตให้มารดาสามารถป้อนนมมารดาได้ และนำนมมารดาไปให้ทารกเจ็บป่วยที่นอนพักรักษาตัวในหอผู้ป่วยทารกแรกเกิด 4 (high risk unit) หอผู้ป่วยทารกแรกเกิด 3 หอผู้ป่วยหนักทารกแรกเกิด และหอผู้ป่วยกุมารเวชกรรมอื่น ๆ ตลอดจนสามารถแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเต้านมของมารดาด้วยตนเอง ประคับประคองจิตใจมารดา รวมทั้งช่วยดูแลอุปกรณ์ให้พร้อมใช้ และทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมในหอผู้ป่วย

ช่วยให้การพยาบาล ทารกรับใหม่
การช่วยให้การพยาบาลทารกแรกเกิดรับใหม่จากห้องคลอดหรือห้องผ่าตัด อายุ 24 ชั่วโมงหลังคลอด เพื่อประเมินการปรับตัวของทารกนอกครรภ์มารดา เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาหลายอย่าง ปัจจัยจากการตั้งครรภ์ และการคลอดของมารดา ตัวทารก เช่น น้ำหนัก อายุครรภ์ คะแนนแอพการ์ (apgar score) ล้วนมีผลต่อการปรับตัวของทารกแรกเกิดนอกครรภ์มารดาให้ปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อน วิธีปฏิบัติดังขั้นตอนต่อไปนี้

  • ร่วมกับพยาบาลตรวจสอบชื่อ – สกุล เพศของทารกให้ถูกต้องตรงกับป้ายข้อมือและแบบฟอร์มข้อมูลประวัติการคลอดทั้งมารดาและทารกที่ห้องคลอดส่งมาพร้อมกับทารก ลงข้อมูลการเข้านอนในโรงพยาบาลในระบบให้ถูกต้อง ในรายที่ผ่าตัดออกทางหน้าท้อง จะเขียนรายละเอียดการคลอดของทารก ได้แก่ ชื่อ นามสกุล เลขที่โรงพยาบาลของมารดา เพศ เลขที่โรงพยาบาลของทารก ผลวัดตัว น้ำหนักของทารก ผู้ทำคลอด คะแนนแอพการ์ (apgar score) เพื่อส่งให้ห้องคลอด รวมในประวัติของมารดา ทั้งนี้ข้อมูลต้องถูกต้องและผ่านการตรวจสอบของพยาบาล
  • เขียนชื่อ – นามสกุล ลงบนป้ายข้อเท้าทารกให้ถูกต้องตามเพศ สีฟ้าเพศชาย สีชมพูเพศหญิง
  • ช่วยประเมินการหายใจทารกเกิดใหม่ ถ้ามีน้ำลาย มูกเลือดติดค้างอยู่ในคอ ปาก จมูก ใช้ลูกยางแดงหรือสายดูดเสมหะดูดออกให้หมด เพื่อให้ทางเดินหายใจโล่งและป้องกันการสำลักเข้าปอด
  • ป้องกันภาวะอุณหภูมิต่ำ โดยจัดให้ทารกนอนเตียงที่มีเครื่องฉายให้ความอบอุ่นเพื่อป้องกันอุณหภูมิร่างกายต่ำ นุ่งผ้าอ้อมและห่อด้วยผ้าเช็ดตัวที่เตรียมไว้ (อบด้วยไออุ่น) ไม่เปิดเผยร่างกายของทารกโดยไม่จำเป็น วัดอุณหภูมิแรกรับและหลังรับใหม่ ประมาณ 1 ชั่วโมง ถ้าอุณหภูมิ มากกว่า 36.8 องศาเซลเซียส จะอาบน้ำแรกเกิด (initial bath) หลัง initial bath นำทารกนอนในตู้อบไฟฟ้าและวัดสัญญาณชีพทุก 1 ชั่วโมง จนกว่าอุณหภูมิคงที่ อยู่ระหว่าง 36.8 – 37.5 องศาเซลเซียส
  • ช่วยทำความสะอาดตาของทารกด้วยน้ำกลั่น โดยเช็ดจากหัวตาไปหางตา และเช็ดสะดือด้วย alcohol75% เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ช่วยสังเกตอาการเปลี่ยนแปลงในทารกแรกเกิด เช่น ซึม ไม่ดูดนม ตัวเย็น ตัวเหลือง ผิวหนังลาย อาเจียน ท้องอืด เป็นต้น ถ้าทารกมีอาการเหล่านี้ แจ้งให้พยาบาลทราบ เพื่อให้ทารกได้รับการดูแลด้วยความรวดเร็ว
  • ป้องกันทารกมีเลือดออกจากสะดือ ช่วยตรวจสอบที่หนีบสะดือ (Cord clamp) ให้แน่นในทารกทุกรายที่รับใหม่และเปิดตรวจสอบสะดือทารกอย่างสม่ำเสมอ ทุก 1 ชั่วโมง เปิดผ้าห่อตัวทารกให้เห็นสายสะดือเพื่อมองเห็นได้ชัดโดยไม่ต้องเปิดตู้อบบ่อย ๆ ถ้าทารกมีสะดือที่เป็นวุ้นใสขนาดใหญ่ ตัดสั้นเกินไป ลักษณะเช่นนี้ เมื่อสะดือเริ่มเหี่ยวจะทำให้เกิดเลือดออกจากสะดือได้ง่าย เขียนป้ายเฝ้าระวังเลือดออกจากสะดือไว้บนตู้อบหรือเตียงนอนทารก เพื่อเป็นการย้ำเตือนอีกในทารกรับใหม่ที่นอนในตู้อบและยังไม่ได้อาบน้ำรับใหม่
  • ช่วยเขียนป้ายข้อเท้า ตรงชื่อ – นามสกุลมารดา โดยทารกเพศชายใช้สีฟ้า เพศหญิง ใช้สีชมพู
  • หลังทารกอาบน้ำครบ 1 ชั่วโมง วัดอุณหภูมิซ้ำ ถ้าอุณหภูมิ 36.8 องศาเซลเซียส จึงนำทารกออกจากตู้อบ พันตัวทารกด้วยผ้าขนหนู 1ผืน ห่อตามด้วยผ้าห่ม 1 ผืน แบบคล่อมศีรษะ นำทารกไปนอนเตียง (crib) ห่มผ้าห่มให้ 2 ผืน นำผ้าเช็ดตัวพันเป็นก้อนกลม ๆ รองเท้าทารก เพื่อให้ทารกอบอุ่นเหมือนอยู่ในครรภ์มารดา นำป้ายติดเตียงทารกให้วัดอุณหภูมิ 1 ชั่วโมง หลังจากทารกออกจากตู้อบแล้ว สามารถอยู่ภายนอกตู้อบได้ และอุณหภูมิตัวทารกวัดทางรักแร้ไม่ต่ำกว่า 36.5 องศาเซลเซียส เพื่อเตรียมความพร้อมทารกไปดูดนมมารดาที่ตึกสูติกรรมหรือตึกพิเศษต่อไป